เหตุบังเอิญ

posted on 11 Feb 2012 19:41 by chaleechocho
 
วันนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง  พร้อมแล้ว เริ่มเลยละกันนะ
 
 
ก็เริ่มจากวันเสาร์ที่แสนสุขของเราเอง ได้ตื่นมาตักบาตรตอนเช้า และหลังจากนั้นก็กลับมากลิ้งลงบนที่นอนพร้อมกับคอมตัวโปรดที่เปิดซีรีย์ gossip girl ไว้     อันที่จริงวันนี้เป็นวันที่เราต้องไปงาน fat นะ  แต่งานเข้าเลยทำให้ต้องยกเลิกไปโดยปริยาย 
 
 
แต่ก็ไม่เป็นไรเรามีนัดแล้วทดแทนไว้เรียบร้อยแล้วในตอนบ่ายนั่นเอง
 
ก็คือเราไปดูงาน "การประกวดบทเพลงไทยสมัยนิยม ครั้งที่ 1"  ซึ่งงานนี้เป็นการประกวดการประพันธ์เพลงที่มีคนธรรมดาสามารถร่วมส่งผลงานเข้าร่วมได้ และรอบที่เราไปดูคือ รอบชิงชนะเลิศ  ซึ่งก็คัดมาแล้วเหลือ 12 เพลงสุดท้ายจาก 80 ผลงานที่เข้าร่วมประกวด
 
 
 
ในงานก็จะมีคนที่ทั้งนักแต่งเพลง  นักดนตรี นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมงาน ที่สำคัญงานนี้ ฟรี เราก็เลยตัดสินใจไปอย่างไม่คิดอะไรมาก ฮ่าๆๆ  อ้อ ลืมบอกไปว่างานนี้จัดที่ คณะดุริยางคศิลป์  มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ศาลายาจ้า
 
งานเริ่มตอนสี่โมงเย็น เราไปกับเมทสองคน และหลังจากนั้นก็มีเพือนอีกคนตามไปตอนหลัง
 
พอไปถึงก่อนเราก็เลยเลือกที่นั่งซะตรงกลางเลย จะได้เห็นทุกอย่างได้ชัดเจนไง
 
พองานเริ่มนะ  ก็มีการเล่นดนตรีโดยวงออเคสตร้า ของมอเราเองทั้งเด็กเตรียม และระดับมหาวิทยาลัย ก็ผสมๆกันอะ เพื่อนเราบอกว่าเขาคัดจากการออดิชั่นก่อน แล้วก็จะโดนคัดเลือกอีกทีนึง ก็จะได้เล่นในงานนี้
 
เริ่มงานด้วยเพลง  สุดขอบฟ้า นักร้องเราเดาว่าคงเป็นนักเรียนไม่ก็นักศึกษาที่เรียนที่ดุริยางคศิลป์นั่นแหละ (ขอ
 
เรียนกสั้นๆว่า MS ละกันนะ เป็นชื่อย่อของคณะนี้จ้า )   เราฟังดนตรีไม่ค่อยอออกหรอกว่ามันแบ่งจังหวะยังไง แต่
 
เรารู้สึกว่า การได้ฟังออเคสตร้า ทำให้โลกของเราสดใสขึ้น  รู้สึกว่าได้ซึมซับบรรยากาศของดนตรีจริงๆ ได้ยิน
 
เสียงที่บรรรเลง ออกมาจากทั้งฟรุต ไวโอลิน ทิมพานี เปียโน และอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้กระทั่งชื่อมัน  แต่ก็รู้สึก
 
ดีนะที่ได้ฟัง 
 
 
เรากับเพื่อนก็ฟังไปเรื่อยๆ จนเราไปแอบปิ๊งคนนึงซึ่งอยู่ในวงนั้น เขาเล่นฟรุต  แล้วมีเพลงนึงซึ่่งเขาต้องโซโล่เดียวคนเดียวด้วย เจ่งมากๆ  ในตอนนั้นเอง เราก็กระซิบบอกเพื่อนเราว่าคนนี้แหละที่มองๆอยู่  
 
 
 
แต่เราไม่ได้คิดอะไรมากนะ คิดว่าน่ารักดี เล่นฟรุตด้วย  หลังจากนั้นก็ดูและฟังดนตรีไปด้วย จนกระทั่งครบทั้งสิบสองเพลง ก็ถึงเวลาพัก เพื่อรอคะแนนจากคณะกรรมการ
 
 
 
คราวนี้คนที่เราชอบก็เดินมาแถวๆที่เรานั่ง เพราะว่าเป็นช่วงที่พักไง ที่นั่งเลยว่าง ขณะนั้นเอง ก็มีแฟนของเรามานั่งข้างๆ  และที่น่าตกใจก็คือ  แฟนเขานั่งข้่างๆเพื่อนเรา  ซึ่งถ้าเรากระซิบอะไรไปเขาก็อาจได้ยินทั่งหมด ฮ่าๆๆๆ
 
 
เรากับเพื่อนตกใจมากๆ ทั้งขำด้วย ไม่นึกว่าโลกจะกลมขนาดนี้ และไม่นึกว่าเราจะเจอว่าแฟนเขาอยู่ข้างๆ และไม่คิว่าคนตั้งหลายคนในวง เรากลับไม่สนใจ แต่เรากลับชอบมองคนนี้
 
 
 
เป็นเรื่องที่ทำให้เราทั้งรู้สึกดีใจ และเสียใจไปพร้อมกัน แต่แบบขำๆนะ   ไม่คิดอะไรมาก แค่คิดว่าโลกใบน้ทำให้เราต้องเจอเรื่องแปลกๆ เรื่องประทับใจเล็กๆ  ในแบบที่ไม่คาดคิด
 
 
ถือว่าเป็นเรื่องที่เราได้รู้จักกับความสนุก พร้อมกับดนตรีที่ไพเราะ และได้ฟังข้อคิดดีๆจาก ดร.สุกรี คณบดีของMS ด้วยที่ เราจำได้คร่าวๆก็ประมาณว่า ดนตรีทุกวันนี้ถูกผูกขาดโดยบริษัทแก้มหมี และน้าเอส ฮ่าๆๆ  ขำกันทั้ง hall
และที่จัดงานนี้ขึ้นก็อยากให้มีนักดนตรีและนักแต่งเพลง นักร้อง ได้เกิดเป็นดาวดวงใหม่ ของวงการ และปีหน้าก็จะจัดขึ้นมาอีก และเราก็จะไม่พลาดอีกเช่นกัน
 
 
 
ลืมบอกไปว่า เพลงที่ได้ที่หนึ่งเป็นเพลงที่ชื่อว่า "ทางออก"  เนือหาเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับปัญหา และท่อนสุดท้ายที่เราประทับใจมากก็คือ "ทางออกของฉันไม่ใช่การจบชีวิต" คนแต่งเพลงเป็นผู้หญิงด้วยนะ เก่งมากๆ
 
เพลงที่เราได้ฟังมาทั้งหมดในวันนี้เป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเลยนะ เราว่าเพราะทุกเพลงเลย
 
เราเชื่อว่าอีกไม่นานเพลงพวกนี้อาจกลายเป็นเพลงที่โด่งดังขึ้นมาก็ได้
 
 
ปล.มีพี่คนหนึ่งผู้ชายที่ได้รางวัลที่สองของการประกวดครั้งนี้ เป็นแฟนกับพี่คณะเราด้วย  แอบดีใจเล็กๆทั้งที่เราไม่ได้เกี่ยวด้วยนะ พี่เขาแต่งเอง ร้องเอง เรียบเรียงเอง เพลงนี้เขาอาจแต่งให้แฟนเขาก็ได้ ถือว่าโรแมนติกมากๆเลย 
 
ไปแล้วนะ แล้วเจอกันอีกที ตอนที่มีเรื่องน่าสนใจๆละกันนะ
 
 
 
 
 
 

comboset View my profile

Recommend